วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

กระเป๋ากะลามะพร้าว







ผ้าพันคอไหมไทย (ทอมือ และ ทอเครื่อง)

กำยาน
















Luffa Soap (สบู่ใยบวบ)

1. สบู่ขมิ้น มะขามและน้ำผึ้งในใยบวบ (Turmeric&Tamarind&Honey)
ด้วยสารเคอร์คูมินที่ช่วยในการขจัดและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ขจัดรอยด่างดำคืนความนวลเนียน สดใส ให้กับผิว ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

2. สบู่ทานาคาและน้ำผึ้งในใยบวบ (Tanaga & Honey)
ช่วยลดริ้วรอย จุดด่างดำ ลดความมันส่วนเกินให้กับผิว ให้ผิวที่นวลเนียนผ่องใส ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

3. สบู่มะละกอและน้ำผึ้งในใยบวบ (Papaya & Honey)
ด้วยกรด AHA จากธรรมชาติช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวขาวนวลเนียน สดใสและความยืดหยุ่นแก่ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

4. สบู่ชาเขียวและน้ำผึ้งในใยบวบ (Green Tea & Honey)
ช่วยยับยั้งแบคทีเรียให้กับผิว กระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนผิวหนัง ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

5. สบู่มังคุดและน้ำผึ้งในใยบวบ (Mangosteen & Honey)
ด้วยสารแทนนิน จะช่วยยั้บยั้งแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบของสิว ขจัดรอยด่างดำ ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

6. สบู่เมนทอลและน้ำผึ้ง (Menthol & Honey)
ด้วยศาสตร์แห่งกลิ่นจะช่วยในการกระตุ้นเสน่หา การหายใจและการเพิ่มพลังให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกสดชื่น เย็นสบาย ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

7. สบู่ตะไคร้หอมและน้ำผึ้ง (Lemon Grass & Honey)
ด้วยศาสตร์แห่งกลิ่นจะช่วยในการหายใจให้รู้สึกสบายและให้ความสงบแก่ร่างกาย ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

8. สบู่ถ่านไม้ไผ่และน้ำผึ้ง (Bamboo Charcoal & Honey)
ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบและป้องกันการเกิดสิว ช่วยลดกลิ่นกาย ให้ผิวที่สะอาดยิ่งขึ้น ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วยใยบวบธรรมชาติ

Herbal Liquid Soap (สบู่เหลวสมุนไพร)



1. มะขามเปียก (Tamarind) ด้วยสาร AHA จากธรรมชาติจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวขาวเนียนอย่างเป็นธรรมชาติและยังช่วยลดความมันส่วนเกินบนผิวหนัง รอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ ทั้งยังให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว

2. ว่านหางจระเข้(Aloe Vera) ด้วยวิตามินอี จากธรรมชาติ จะช่วยย่อยเซลล์ผิวหนังเก่าที่หยาบกร้าน เผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น สดใสกว่าเดิม

3. ส้มเขียวหวาน (Orange) ด้วยวิตามินซี จากธรรมชาติ จะช่วยชะลอรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ป้องกันการเกิดแผลเป็น ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้มีการงอกของเนื้อเยื่อของผิวให้ชุ่มชื้น ให้ผิวเย็นสบาย

4. มะละกอ (Papaya) ด้วยสาร AHA จากธรรมชาติจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวขาวเนียนอย่างเป็นธรรมชาติและยังช่วยลดความมันส่วนเกินบนผิวหนัง รอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ ทั้งยังให้ความยืดหยุ่นแก่ผิว

5. แตงกวา (Cucumber) ด้วยวิตามินอี จากธรรมชาติ จะช่วยย่อยโปรตีนที่ผิวหนังชั้นนอกที่หยาบกร้าน เผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น สดใสกว่าเดิม

6. นมสด (Fresh Milk) ด้วยในน้ำนมมีคุณค่าทางอาหารสูง และมีวิตามินหลายชนิดรวมกันอยู่ จึงช่วยในการบำรุงผิว สมานผิวให้ดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นและผ่องใส

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์-คุณสมบัติ

บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อความงาม
มนุษย์ได้ใช้น้ำมันมะพร้าว เพื่อเสริมความงามของเรือนร่าง มาเป็นเวลาช้านานแล้ว ดังเช่นชาวเกาะทะเลใต้ ที่มีร่างกายสมส่วน ผิวอ่อนนุ่ม เนียน และผมดกดำ สลวยเป็นเงางาม ทั้ง ๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนชื้น ที่แสงแดดแผดกล้า และลมทะเลที่พัดแรงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งนี้ ก็เพราะใช้น้ำมันมะพร้าวถูตัวและชโลมผมเป็นประจำ น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ได้จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ใดๆ เจือปน โดยเฉพาะยากำจัดศัตรูพืช ซึ่งมักจะมีอยู่ในน้ำมันพืชอื่น ๆ เนื่องจากกรดไขมันในน้ำมันมะพร้าว มีขนาดโมเลกุลที่เล็ก ทำให้มันถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้ง่าย จึงทำให้ผิวอ่อนนุ่ม และเนียน ส่วนผม ก็สลวย ดกดำ เป็นเงางาม หากใช้เป็นน้ำมันนวดตัว จะช่วยไม่ให้ผิวแตก แห้ง และย่น เป็นริ้วรอย หากใช้เป็นยาทาริมฝีปาก ก็จะช่วยไม่ให้ริมฝีปากแห้งหรือแตก เพราะขาดไขมัน เราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวในสภาพที่สกัดได้ตามธรรมชาติทันที โดยไม่ต้องทำให้บริสุทธิ์ ฟอกสี และกำจัดกลิ่น ดังเช่นน้ำมันพืชอื่น ๆ จึงปลอดภัยจากอันตรายจากสารเคมี

น้ำมันมะพร้าว มีบทบาทต่อความงาม ในเรื่องดังต่อไปนี้:
  1. รูปร่างได้สัดส่วน ไม่อ้วน แต่แข็งแรง
    เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวที่เราบริโภคเข้าไป สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที จึงไม่มีไขมันสะสมในร่างกาย อีกทั้งยังกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานดีขึ้น (คล้ายคนประเภทไฮเปอร์ธัยรอยด์) จึงไปนำเอาไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ก่อนหน้า (ถ้าเป็นคนอ้วน) ไปใช้เผาผลาญให้เกิดพลังงาน จึงช่วยลดความอ้วนได้ ดังนั้น ผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ จึงไม่อ้วน (เพราะไม่มีไขมันสะสม) แต่ร่างกาย ก็สมส่วน (คือไม่อ้วน และไม่ผอม) แต่ก็แข็งแรง (เพราะได้พลังงานจากน้ำมันมะพร้าว)
  2. ผิวสวย
    การนวดหรือชโลมตัวด้วยน้ำมันมะพร้าว ช่วยให้ผิวสวย เพราะ:
    ผิวดูอ่อนวัย: น้ำมันมะพร้าวที่ใช้ชโลมตัว ทั้งในรูปน้ำมันมะพร้าว สด ๆ หรือในรูปของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าว เช่นครีม และโลชัน จะทำให้ผิวพรรณนุ่ม ไม่แตกแห้ง เป็นกระ หรือฝ้า แต่ชุ่มชื้น และเนียน ปราศจากริ้วรอย และเหี่ยวย่น ทั้งนี้เพราะน้ำมันมะพร้าว มีวิตามินอี ที่มีอานุภาพมากกว่าวิตามินอีในเครื่องสำอาง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดการเสื่อมของเซลผิวหนัง ป้องกันการเสื่อมโทรมของเซลจากขบวนการเติมออกซิเจน (oxidation) ช่วยกำจัดเซลผิวหนังที่ตายแล้ว และทับถมกันจนทำให้ผิวแห้ง ขณะเดียวกัน ก็ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลใหม่ขึ้นมาแทนที่ จึงทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย
    ผิวนุ่ม ชุ่ม เนียน: น้ำมันมะพร้าว มีคุณสมบัติเป็นสารรักษาความชุ่มชื้น (moisturizer) จึงช่วยให้ผิวหนังนุ่ม ชุ่ม และเนียน
    ช่วยป้องกันและรักษาฝ้า และกระ: อนุมูลอิสระ เป็นตัวการอันหนึ่งของการเกิดฝ้า (รอยดำคล้ำหรือปื้นสีน้ำตาลอ่อน) และกระ (รอยสีน้ำตาลไม่นูน) วิตามินอีในน้ำมันมะพร้าว จะทำหน้าที่ทำลายอนุมูลอิสระเหล่านี้ เราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าว เป็นยากันแดดได้ดี อีกทั้งยังไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมือนยากันแดดบาง ชนิด และราคาก็ถูกกว่า
  3. ผมงาม
    เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันพืชที่มีคุณสมบัติเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น (moisturizer) อีกทั้งยังมีสารปฏิชีวนะ (จากโมโนลอริน) และสาร antioxidant (จากสารโทโคทรินอลในวิตามินอี) จึงมีส่วนทำให้ผมงาม จากคุณสมบัติดังต่อไปนี้:
    ช่วยปรับสภาพของผม (hair conditioner): น้ำมันมะพร้าวช่วยทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม เพราะมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมการเจริญของเส้นผม
    ช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะ: น้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะ ทั้งนี้ เพราะน้ำมันมะพร้าวมีสารปฏิชีวนะที่คอยทำลายเชื้อโรค หนังศีรษะจึงไม่มีรังแค และมีวิตามินอี ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ หนังศีรษะจึงไม่เหี่ยวย่นแต่มีสุขภาพดี

ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี: เส้นผม ประกอบด้วยส่วนนอก (cuticle) ที่ทำหน้าที่หุ้มส่วนใน หรือ cortex หากส่วนนอกอยู่ในสภาพดี ไม่ฉีกขาดหรือแหว่งวิ่น เส้นผมก็จะปรกติ แต่ส่วนที่ทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี กล่าวคือ มีความสามารถยืดหด (elasticity) ทนทานต่อการบิดงอ และมีความเหนียว คือส่วนใน ซึ่งประกอบด้วยโปรตีน ที่เรียกว่า เคราติน (keratin) มี่ประกอบด้วยเส้นเล็กๆ มัดรวมกัน โปรตีนชองเส้นผม จะสูญเสียหรือสลายตัวไปตามอายุขัย แต่อาจเร็วขึ้นจากการไม่รักษาผมให้ดี และการทำร้ายเส้นผม (เช่นโดยการหวี การเสริมสวย และการย้อมผมด้วยน้ำยาเคมี ฯลฯ) น้ำมันมะพร้าว ช่วยลดปริมาณการสูญเสียโปรตีนของเส้นผม เพราะน้ำมันมะพร้าว มีความสำพรรคภาพ หรือความสำพันธ์อันใกล้ชิด (affinity) กับโปรตีนของเส้นผม อีกทั้งยังมีขนาดของโมเลกุลเล็ก จึงแทรกซึมเข้าไปในเส้นผมได้สะดวก ในขณะที่น้ำมันแร่ (mineral oil) และน้ำมันทานตะวัน (ซึ่งเป็นที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมน้ำมันผม) ไม่ได้มีส่วนช่วยแต่อย่างใด เพราะไม่สามารถซึมเข้าไปในเส้นผมได้เหมือนน้ำมันมะพร้าว